แม้จะเป็นบริษัทเล็ก แต่ก็เป็นธุรกิจที่คุณปู่บุกเบิกมา ถ้าเราไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย มันอาจไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกปัจจุบัน จึงเป็นภาระความท้าทายของที่อยากจะฟื้นกิจการครอบครัวให้สำเร็จให้ได้

การเปลี่ยนภาพลักษณ์ (positioning) สินค้าจากที่ดูเก่าเชย  ให้ทันสมัยดูเป็นเครื่องสำอางมากขึ้น โดยปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งแบบกระป๋องพลาสติกเพื่อพกพาสะดวก แบบซองขนาดเล็ก แบบตลับที่เป็นบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ต่อด้วยเปลี่ยนชื่อแบรนด์จาก “ผงหอมศรีจันทร์” เป็น “ศรีจันททร์” เพื่อรองรับการออกสินค้าใหม่ที่ไม่ใช่แป้งเพียงอย่างเดียวในอนาคต และการผลิตสินค้าใหม่ อาทิ ครีมกันแดด แป้งพัฟ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณพ์ล่าสุดที่มีคุณภาพดีที่สุด (Translucent loose powder) มีศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมวิจัยสูตร อีกทั้งการออกแบบสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นสไตล์วินเทจ การสร้างโฆษณา ฯลฯ

คุณรวิศกล่าวว่า “การรีเฟรชแบรนด์ เราไม่ได้เปลี่ยนแค่แพคเกจจิ้ง แต่กำลังเปลี่ยนสายตาต่อผู้โภคที่มองศรีจันทร์ จากสินค้าเน้นประโยชน์ใช้สอยมาเป็นสินค้าเน้นคุณภาพด้านอารมณ์ความรู้สึก เพื่อการขยับฐานผู้ใช้ให้เด็กลงและกว้างขึ้น” พร้อมยอมรับว่าเมื่ออดีตที่ผ่านมา “ผงหอมศรีจันทร์” ฐานลูกค้าเกือบ 100% เป็นสตรีที่อยู่ในต่างจังหวัด และอายุ 35 ปีขึ้นไป ฉะนั้นการรีแบรนด์ครั้งนี้จึงมุ่งขยายฐานกลุ่มลูกค้าเข้าสู่เมืองกรุง และอยู่ในวัยรุ่น นิสิต นักศึกษา วัยทำงาน เพิ่มมากขึ้น

รวิศใช้ตัวเองเป็นอีกกลยุทะ์การตลาดหรือ “ซีอีโอ แบรนด์” ที่เป็นพรีเวนเตอร์ พอเห็นหน้าก็จะนึกถึงแบรนด์ “ศรีจันทรื” ควบคู่ไปกับการทำการตลาดแบบ 360 องศา ที่เน้นเป็รธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ถึง 90% และจาก ”ลูกบ้า” การทำงานหนักของรวิศ ส่งให้สถานะของผลิตภัณฑ์ “ศรีจันทร์” แป้งโบราณซึ่งสามารถขยายฐานลูกค้าในเมืองกรุงมากเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีผลประกอบการทางธุรกิจสงถึง 300 ล้านบาท และยังหมายมั่นว่าอีก 2 ปีข้างหน้า ต้องทำรายได้ให้ได้ 500 ล้านบาทต่อปี และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในปี 2563 เพื่อก้าวสู่องค์กรมืออาชีพอย่างสมบูรณ์แบบต่อไป

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก